MUIC logo
  • หน้าหลัก

ขั้นตอนการลงโทษทางวินัย

ขั้นตอนการลงโทษทางวินัย

  1. การดำเนินการทางวินัยกับนักศึกษาที่กระทำความผิดไม่สามารถดำเนินการได้หากมหาวิทยาลัยไม่ได้สอบสวนรายละเอียดของคดี
  2. เมื่อนักศึกษาถูกกล่าวหาโดยมีหลักฐานสมเหตุสมผลว่าได้กระทำการฝ่าฝืนวินัย หรือปรากฏต่อหัวหน้าหน่วยงานว่านักศึกษาได้กระทำความผิดทางวินัย หัวหน้าหน่วยงานจะต้องดำเนินการทางวินัยตามข้อบังคับนี้โดยเร็ว เว้นแต่กรณีที่ความผิดเกี่ยวข้องกับนักศึกษาจากหลายหน่วยงาน อธิการบดีจะเป็นผู้ดำเนินคดี
  3. ในกรณีที่นักศึกษาผู้ถูกกล่าวหารับสารภาพเป็นลายลักษณ์อักษรต่ออธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงาน หรือบุคคลนั้นถูกตัดสินจำคุก อธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานอาจสั่งลงโทษทางวินัยโดยไม่ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน หรือคณะกรรมการสอบสวนอาจยุติการสอบสวนได้
  4. อธิการบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานจะแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนประกอบด้วยประธานซึ่งเป็นอาจารย์ประจำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกรรมการอย่างน้อย 2 คน กรรมการ 1 คนเป็นเลขานุการและจะมีการแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการด้วย
  5. คณะกรรมการสอบสวนจะต้องดำเนินการสอบสวนและสรุปสำนวนโดยไม่ชักช้า ต้องแล้วเสร็จภายใน 60 วันนับจากวันที่ประธานคณะกรรมการสอบสวนได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้ง

ในกรณีจำเป็น คณะกรรมการสอบสวนอาจเสนอขยายระยะเวลาสอบสวนต่อผู้มีอำนาจแต่งตั้งได้ครั้งละไม่เกิน 30 วัน และไม่เกิน 2 ครั้ง

คณะกรรมการจริยธรรมและวินัยนักศึกษา

  1. อธิการบดีจะแต่งตั้งคณะกรรมการที่เรียกว่าคณะกรรมการจริยธรรมและวินัยนักศึกษาประกอบด้วย
    • รองอธิการบดีที่ได้รับมอบหมายจากอธิการบดีเป็นประธาน
    • ผู้เชี่ยวชาญภายนอกเป็นกรรมการ
    • หัวหน้าหน่วยงาน 3 คนที่ได้รับเลือกจากคณะกรรมการมหาวิทยาลัยเป็นกรรมการ
    • เจ้าหน้าที่กฎหมายจากกองกฎหมายเป็นเลขานุการ
  2. อธิการบดีอาจแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการ
    • คณะกรรมการจริยธรรมและวินัยนักศึกษามีหน้าที่ดังนี้
    • พิจารณาและกลั่นกรองรายงานผลการสอบสวนความผิดทางวินัย เสนอโทษและให้ความเห็นต่ออธิการบดีเพื่อพิจารณาสั่งลงโทษทางวินัย
    • เสนอแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับหรือกำหนดแนวทางการดำเนินการทางวินัยและขั้นตอนการลงโทษทางวินัย
    • หน้าที่อื่นที่ได้รับมอบหมายจากอธิการบดี

การอุทธรณ์และการพิจารณาอุทธรณ์

  1. การอุทธรณ์ต้องทำเพื่อตนเองเท่านั้นและต้องทำภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับทราบหรือถือว่าได้รับทราบคำสั่ง
  2. การอุทธรณ์ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรแสดงข้อเท็จจริงและเหตุผลในการอุทธรณ์ และอธิบายว่าคำสั่งไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม หรือไม่เป็นธรรมอย่างไร นอกจากนี้ผู้อุทธรณ์ต้องลงลายมือชื่อ หน่วยงานที่สังกัด และที่อยู่
  3. ผู้อุทธรณ์มีสิทธิขอตรวจสอบและทำสำเนาบันทึกคำให้การ หลักฐานอื่น หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามการอนุญาตนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้สั่งลงโทษ หรืออาจอนุญาตได้ภายใต้เงื่อนไขใดก็ได้
  4. เพื่อประโยชน์ในการกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ วันที่นักศึกษาลงนามในคำสั่งลงโทษจะถือเป็นวันรับทราบคำสั่ง
  5. ในการอุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์ต้องทำหนังสือถึงประธานคณะกรรมการอุทธรณ์โดยยื่นหรือส่งตรงถึงประธานหรือผ่านหัวหน้าหน่วยงานที่ผู้อุทธรณ์สังกัด
  6. การอุทธรณ์ที่จะได้รับการพิจารณาต้องชอบด้วยสาระสำคัญตามข้อ 1 คณะกรรมการอุทธรณ์จะพิจารณาโดยเร็วไม่เกิน 60 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสืออุทธรณ์
  7. ไม่ว่าการอุทธรณ์จะได้รับการพิจารณาหรือไม่ คณะกรรมการอุทธรณ์จะพิจารณาและแจ้งผู้อุทธรณ์ทราบมติโดยเร็ว
  8. นักศึกษาผู้อุทธรณ์อาจถอนอุทธรณ์ก่อนที่คณะกรรมการอุทธรณ์จะมีมติ โดยผู้อุทธรณ์ต้องทำหนังสือยื่นต่อประธานคณะกรรมการอุทธรณ์ เมื่อถอนเรื่องแล้ว การพิจารณาอุทธรณ์จะสิ้นสุดลง
  9. เมื่อคณะกรรมการอุทธรณ์ได้พิจารณาอุทธรณ์และมีมติแล้ว ประธานจะแจ้งสภามหาวิทยาลัย ผู้อุทธรณ์เพื่อทราบ และแจ้งผู้ออกคำสั่งลงโทษให้ดำเนินการตามมติของคณะกรรมการอุทธรณ์โดยเร็ว ในกรณีที่นักศึกษายังไม่บรรลุนิติภาวะ จะแจ้งบิดามารดาหรือผู้ปกครองของนักศึกษาด้วย

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

จะเพิ่มในภายหลัง